กอศ. ตั้งเป้ารับเพิ่ม ‘อาชีวะ’ 48% แต่ทวิศึกษายังขาดประสิทธิภาพ

สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (กอศ.) ตั้งเป้ารับนักศึกษาปี 60 เพิ่มทั้งสถาบันรัฐ-เอกชนอีกกว่าแสนคนในโครงการทวิศึกษา ด้าน รร.อาชีวะชี้โครงการดังกล่าวส่งผลเสียต่อเด็ก

สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (กอศ.) ตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักเรียนอาชีวะศึกษา ปี 2560 อีกร้อยละ 48 หรือกว่าแสนคน โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา เผยระหว่างการลงพื้นที่อาชีวะสัญจรมอบนโยบายและร่วมประชุมติดตามรับฟังปัญหาการรับนักเรียน และโครงการทวิศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ภาคเหนือ ที่โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ จ.เชียงใหม่ ว่าสอศ. มีนโยบายเพิ่มจำนวนนักเรียนอาชีวะศึกษาตามนโยบายของรัฐบาล โดยวางเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักเรียนอาชีวะศึกษาให้เป็นไปตามแผนปีการศึกษา 2560 จากเดิมนักเรียนรวมทั้งสถานศึกษารัฐบาลและเอกชนในปี 2559 รวม 221,862 คน จะต้องเพิ่มขึ้นในปี 2560 เป็น 329,029 คน เฉลี่ยจะเพิ่มทั้งจากสถาบันของรัฐและเอกชนจากเดิม 107,207 คน

สำหรับโครงการเรียนร่วมหลักสูตรอาชีวศึกษาและมัธยมศึกษาตอนปลาย (ทวิศึกษา) ที่ สอศ. ได้จัดทำขึ้นมีแนวทางการจัดการศึกษา 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษา ม.3 เพื่อเรียนต่อในชั้น ม.4-6 ในโรงเรียนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยเรียนสายสามัญควบคู่กับการเรียนอาชีวะตามหลักสูตร ปวช. เมื่อจบการศึกษาภายใน 3 ปี จะได้รับ 2 วุฒิการศึกษาทั้งสายสามัญและวิชาชีพ รูปแบบที่ 2 รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษา ป.6 เพื่อเรียนต่อในชั้น ม.1-6 ในโรงเรียน สพฐ. โดยลงทะเบียนเรียนรายวิชาเตรียมวิชาชีพกับสถานศึกษา สอศ. ในระดับชั้น ม.1-3 ก่อน จากนั้นเรียนวิชาชีพในระดับ ม.4-6 แบบทวิภาคี เมื่อจบการศึกษาจะได้รับ 2 วุฒิการศึกษาเช่นเดียวกัน

ด้านนายมารุต ศิริธร ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีเมโทร จังหวัดเชียงใหม่ ให้ความเห็นว่าโครงการทวิศึกษาส่งผลเสียมากกว่าผลดี เพราะไม่ว่าจะเลือกรูปแบบไหน การเรียนลักษณะนี้จะทำให้นักเรียนได้รับความรู้และพัฒนาทักษะได้ไม่เต็มที่ ด้วยระยะเวลาในการเรียนวิชาสายสามัญกับสายอาชีวะมีเวลาที่จำกัดและไม่ต่อเนื่องกัน เช่น การลงพื้นที่ฝึกปฏิบัติกับเครื่องมือจริงเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดจะต้องกลับมาเรียนในวิชาสายสามัญตามเดิม และไม่มีการฝึกกับเครื่องมือดังกล่าวอีก ทำให้การฝึกฝนของนักเรียนไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควรเพราะขาดความต่อเนื่องในการเรียนรู้ เป็นต้น ทำให้เด็กไม่สามารถพัฒนาต่อยอดทักษะได้อย่างต่อเนื่องเหมือนกับการเรียนสายอาชีวะโดยตรง

ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีเมโทรมีโครงการทวิภาคีที่ร่วมกับสถานประกอบการ โดยปัจจุบันดำเนินการมาเป็นปีที่ 5 ในการให้นักเรียน นักศึกษาได้ทำงานปฏิบัติการจริงกับเครื่องมือและเทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ คือ สถานประกอบการได้กำลังแรงงานราคาถูก เด็กจะได้ทั้งเรียนรู้การทำงาน สั่งสมประสบการณ์ และได้เงินเดือน

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*