สพฐ.เผยจำนวนสถิติ Home school ในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้น

สพฐ.เผย จำนวนสถิติผู้จดทะเบียนการเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school) ในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้นจากปี 58 คาดเป็นผลมากจากหลายครอบครัวให้ความสนใจมากขึ้น ด้านครอบครัวที่เห็นด้วยกับการเรียนเช่นนี้ กล่าวการเรียนนี้ส่งผลดีต่อตัวเด็ก ขณะที่ผู้ปกครองที่บางส่วนเห็นต่าง มองการเรียนนี้ไม่ส่งผลดีต่อตัวเด็กเท่าที่ควร

เมื่อต้นปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เปิดเผยตัวเลขสถิติผลการจดทะเบียนการจัดการเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school) ประจำปี 2559 พบว่าในจังหวัดเชียงใหม่มีการจดทะเบียนเป็นจำนวนมาก และเพิ่มมากขึ้นในทุกปี ดังนี้ ในปี 2557 มีจำนวนครอบครัว 42 ครอบครัว 64 ผู้เรียน   ปี 2558 มีจำนวน 43 ครอบครัว 72 ผู้เรียน และปี 2559 มีจำนวน 71 ครอบครัว 88 ผู้เรียน คิดตามร้อยละดังนี้ ปี 2558 จำนวนครอบครัวเพิ่มขึ้น 2.38% จำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้น 12.5% และในปี 2559 จำนวนครอบครัวเพิ่มขึ้น 65.12% จำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้น 22.22%จะพบว่าในปี 2559 มีจำนวนครอบครัวและผู้เรียนที่มาทำการจดทะเบียนการจัดการเรียนการสอบแบบครอบครัว (Home school) ที่มีปริมาณร้อยละเพิ่มสูงขึ้นมาก

แนวการเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school) คือ การศึกษาทางเลือกมีการเรียนรู้ที่เน้นตามความสนใจของตัวเด็ก มีพ่อแม่ผู้ปกครองคอยช่วยเหลือ ชี้แนะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้เอง ซึ่งการจัดการศึกษาแบบนี้เป็นการศึกษาที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และยังให้สิทธิ์ที่จะสามารถได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ เหมือนกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอีกด้วย

จากสถิติดังกล่าว นางนริศรา ญานะ เจ้าของโรงเรียนบ้านเรียนญานะ เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้มีการจัดการเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school) กล่าวว่า ตนจัดการเรียนการสอนเช่นนี้มาเป็นปีที่ 3 มีการจดทะเบียนกับสำนักงานเขตพื้นที่เป็นที่เรียบร้อย มีจุดเริ่มต้นมาจากปัญหาของลูกชายและลูกสาว ที่พบว่าไม่มีความสุขกับการเรียนการสอนแบบในระบบปกติ (ระบบสามัญ) ลูกชายจึงได้มาขอเรียนแบบครอบครัว เมื่อไปค้นหาข้อมูลพบว่ามีตัวอย่างการเรียนในลักษณะเช่นนี้เพิ่มมากขึ้น และมองว่าเป็นระบบการเรียนอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยแก้ปัญหาของลูกของตนได้ อาจจะเป็นเพราะการเรียนเช่นนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาของเด็กบางคนได้เช่นเดียวกับลูกของตน ประกอบกับ “การเรียนเช่นนี้มีรูปแบบที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามรูปแบบกระบวนการตามธรรมชาติความเหมาะสมกับเด็กในแต่ละคน ทำให้ตัวผู้เรียนเองได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและสนใจจริงๆ ทำให้ได้เรียนรู้ ได้รับประสบการณ์มากกว่าในห้องเรียน นับว่าเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เด็กเกิดการตัดสินใจที่จะเรียนรู้” จึงเป็นเหตุผลทำให้จำนวนสถิติการสอนแบบครอบครัว (Home school) ในจังหวัดเชียงใหม่เพิ่มมากขึ้นทุกปี

ทางด้านนักเรียน เด็กชาย จิณณพัต ญานะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านเรียนญานะ ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับผลการจัดอันดับดังกล่าวว่า ในเรื่องของสถิติที่เพิ่มขึ้นนั้น โดยส่วนตัวมองว่าเป็นเพราะเด็กรุ่นใหม่ในปัจจุบันเริ่มมองเห็นที่โอกาสใหม่ทางการศึกษาที่ไม่จำเป็นต้องเรียนแต่ในห้องเรียนเท่านั้น “การเรียนเช่นนี้จะทำให้ผมสามารถทุ่มเทเวลาในการเรียนทั้งหมดไปในสิ่งที่ผมสนใจ คือ ด้านวิทยาศาสตร์ ทำให้ผมสามารถประดิษฐ์เกมส์การ์ดเข้าประกวดในโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำหรับเด็กและเยาวชน ส่งผลให้ตอนนี้ผมได้รับทุนในการศึกษาต่อจนถึงระดับปริญญาเอก ซึ่งถ้าผมได้ไม่เรียนแบบ Home school ผมคงไม่มีวันนี้” 

เด็กชาย จิณณพัต กล่าวอีกว่าสุดท้ายในเรื่องของการเรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียนก็ทำให้เราสามารถพัฒนาตนเองได้ในอีกหลายด้าน เช่น ในการเข้าสังคม การเรียนเช่นนี้จะทำให้เราได้พบเจอกับผู้คนที่มีความหลากหลายทั้งช่วงอายุ และทางความคิด นับว่าเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่งที่เราจะไม่สามารถหาได้จากในห้องเรียน

ด้านความคิดเห็นจากผู้ปกครองภายนอกต่อผลการจัดอันดับในครั้งนี้ นางลักษิกา มูลทุ่ง ผู้ปกครองที่เห็นต่างกับการเรียนแบบครอบครัว กล่าวว่า จากผลสำรวจนี้มองว่าการศึกษาแบบการจัดการเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school) ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง แต่อาจจะยังไม่เป็นทางเลือกที่เหมาะสมต่อตัวผู้เรียนบางคนมากนัก เพราะการเรียนในลักษณะเช่นนี้หากจะสามารถประสบความสำเร็จได้จริง ตัวผู้เรียนต้องใช้ความพยายามสูงมาก ประสบการณ์ชีวิตบางส่วนที่ได้รับเมื่อศึกษาในโรงเรียนอาจจะหายไป ประกอบกับสังคมไทยปัจจุบันก็ยังไม่ค่อยเปิดใจยอมรับกับการเรียนการสอนเช่นนี้มากนัก มองว่า “หากจะนำตัวเลขสถิติที่เพิ่มสูงขึ้นมาเป็นตัวชี้วัดว่าการเรียน (Home school) มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากมองในสายตาของบุคคลทั่วไปการเรียนเช่นนี้ก็ยังไม่ได้รับความนิยม อาจจะเป็นเพราะการเรียนแบบนี้ยังไม่ส่งผลให้เกิดเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนมากนักเมื่อเทียบกับการเรียนการสอนในระบบปกติ” นางลักษิกา กล่าวทิ้งท้าย

 

จำนวนสถิติผู้จดทะเบียนการเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school) ในจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี  2557 – 2559

 

 

สถิติร้อยละที่เพิ่มขึ้นของผู้จดทะเบียนการเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school) ในจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี  2558 – 2559

นางนริศรา ญานะ เจ้าของโรงเรียนบ้านเรียนญาน และ เด็กชาย จิณณพัต ญานะ ครอบครัวที่เลือกใช้การเรียนการสอนแบบครอบครัว (Home school)

pastedGraphic_1.png

ผลงานของเด็กชาย จิณณพัต ญานะ และ เด็กหญิงจิณณาภา ญานะ

pastedGraphic_2.png

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*