CHILD RIGHTS

ค้ามนุษย์ ชม. พุ่ง ทีมสหวิชาชีพเร่งแก้ระบบดำเนินงาน

จากสถิติผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ในจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า 2 ปีที่ผ่านมา จำนวนการค้ามนุษย์ในเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ทางทีมสหวิชาชีพเร่งแก้ระบบการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหา

กัมปนาท กาบทอง นักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ (พมจ.) เผยว่า สถิติการค้ามนุษย์ในเยาวชนจังหวัดเชียงใหม่ 2 ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขเพิ่มขึ้น การค้ามนุษย์ในเยาวชนที่พบเจอมากที่สุดในเชียงใหม่ มี 4 รูปแบบ ได้แก่ การค้าประเวณี การบังคับใช้แรงงาน การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น และการผลิตสื่อวัตถุลามก โดยคดีการค้าประเวณีเป็นคดีพบมากที่สุดโดยคิดเป็นร้อยละ 80 เด็กที่ตกเป็นเหยื่อในคดีการค้าประเวณีส่วนใหญ่เป็นเด็กไทยอายุต่ำกว่า 18 ปี และมีแนวโน้มเป็นเด็กที่อายุน้อยลงเรื่อย ๆ สาเหตุของการค้าประเวณี เด็กถูกล่อลวงด้วยรายได้ สิ่งของ ซึ่งโดยปกติเด็กจะเห็นแก่วัตถุนิยม การล่อลวงด้วยสิ่งของต่าง ๆ จะทำให้เด็กรู้สึกอยากได้สิ่งนั้น จึงพาตัวเองเข้าสู่วงจรการค้าประเวณี และอีกสาเหตุคือการชักชวนเพื่อนวัยเดียวกันมาเข้าสู่กระบวนการ ซึ่งในปัจจุบันนี้การที่ชักชวนกันทำได้ง่าย โดยชักชวนกันผ่านทางสื่อออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ เด็กบางรายที่เคยผ่านการค้าประเวณีก็ผันตัวมาเป็น “แม่เล้าจิ๋ว” คือการชักชวนเพื่อน หรือคนรู้จักเข้ามาสู่กระบวนการ เป็นธุระจัดหาเด็กรายใหม่เข้ามาค้าประเวณี ซึ่งการกระทำของเด็กในลักษณะนี้เป็นการกระทำที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด

การที่สถิติพุ่งสูงขึ้นหากมองอีกมุมหนึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการทำงานของทีมสหวิชาชีพมีความเข้มงวดและจริงจังมากขึ้น ทำให้มีการดำเนินงานกระจายกำลังทั่วทุกพื้นที่ แต่ก็ไม่ควรชะล่าใจกับสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้นในปัจจุบัน ด้วยแนวโน้มอายุเด็กที่ต่ำลง ทัศนคติของเด็กที่มองเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกไปจากสังคม กรณีแบบนี้จะทำให้การแก้ไขปัญหาค่อนข้างยาก

ศุภณัฐ อุทัยศรี อาสาสมัครมูลนิธิเพื่อความเข้าใจเด็กและเจ้าของโครงการฮักละอ่อน ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า การช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อคดีการค้ามนุษย์ที่ผ่านมานั้นเป็นการช่วยเหลือแบบปลายเหตุ คนส่วนใหญ่คิดถึงการแก้ไขมากกว่าการป้องกัน ทั้งที่การป้องกันใช้งบประมาณ ใช้เวลา และใช้ทรัพยากรบุคลากรน้อยกว่า บางทีการช่วยเหลืออาจใช้เวลาหลายปี ใช้บุคลากรหลายคน ที่ผ่านมาจึงเป็นการแก้ไขปลายเหตุมากกว่าการต้นเหตุ ดังนั้นจึงดำเนินการป้องกันเพิ่มมากขึ้น

ศุภณัฐ อุทัยศรี กล่าวต่อว่า ช่วงหลังเชียงใหม่โชคดีที่ทางสหวิชาชีพการทำงานดีขึ้นมาก มีการประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องหลายส่วน ทั้งทางภาครัฐและเอ็นจีโอ ทุกฝ่ายร่วมมือกันได้ด้วยดี ทางตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ มีนโยบายตามติดคดีการค้ามนุษย์อย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยการออกตรวจทุกเดือน

นอกจากนี้ทางพมจ.เชียงใหม่มีโครงการลงสู่ชุมชน เป็นโครงการให้ความรู้บุคลากรแต่ละระดับตั้งแต่ แกนนำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มสภาเด็กและเยาวชนระดับตำบล เพื่อไม่ให้เหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น ไม่กลายเป็นผู้กระทำผิด เป็นการเฝ้าระวังป้องกันภายในชุมชน โดยลงไปตามชุมชนในพื้นที่สุ่มเสี่ยงในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอฝาง อำเภอสันทราย อำเภอสันป่าตอง และอำเภอสันกำแพง

วิรัชดา ปิงเมือง นักสังคมสงเคราะห์และเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ชียงใหม่ กล่าวว่า พฤติกรรมของเด็กที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์มีพฤติกรรมไม่เชื่อฟังผู้ปกครอง หนีออกจากบ้าน มั่วสุมกันเป็นกลุ่ม มีความก้าวร้าว โกหกเก่ง ซึ่งในกรณีนี้ค่อนข้างบำบัดฟื้นฟูยาก เพราะเด็กไม่ค่อยให้ความร่วมมือ วิธีแก้ไขเบื้องต้นคือต้องสร้างความสัมพันธ์ เพื่อให้เด็กไว้วางใจ ถ้าสามารถเอาชนะใจเด็กได้ หรือทำเด็กยอมรับได้ กระบวนการทำงานขั้นต่อไปก็จะง่ายขึ้น ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้มาจากเด็กฝ่ายเดียว แต่กลับมีพื้นฐานมากจากครอบครัวเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นทางนักสังคมจะต้องทำหน้าที่ประเมินตัวเด็กและยังต้องบำบัดฟื้นฟูแก่ทางครอบครัวไปพร้อมกัน เมื่อถึงเวลาที่เด็กพร้อมกลับคืนสู่สังคม ครอบครัวก็จะเป็นอีกหน่วยหนึ่งที่จะดูแลเด็กต่อจากการคุ้มครองของที่นี่